วันจันทร์ที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2554

วิธีการลง Window XP

วิธีการลง Window XP

 1 .ทำการปรับเครื่อง เพื่อให้บูตจาก CD-Rom ก่อน จากนั้นก็บูตเครื่องจากแผ่นซีดี Windows XP Setup โดยเมื่อบูตเครื่องมา จะมีข้อความให้กดปุ่มอะไรก็ได้ เพื่อบูตจากซีดีคะ ก็เคาะ Enter ไปทีนึงก่อน
 2 .โปรแกรมจะทำการตรวจสอบและเช็คข้อมูลอยู่พักนึง รอจนขึ้นหน้าจอถัดไปค่ะ
 3 .เข้ามาสู่หน้า Welcome to Setup กดปุ่ม Enter เพื่อทำการติดตั้งต่อไป
 4 .หน้าของ Licensing Agreement กดปุ่ม F8 เพื่อทำการติดตั้งต่อไป


 5 .ทำการเลือก Drive ของฮาร์ดดิสก์ที่จะลง Windows XP แล้วกดปุ่ม Enter เพื่อทำการติดตั้งต่อไป


 6 เลือกชนิดของระบบ FAT ที่จะใช้งานกับ Windows XP หากต้องการใช้ระบบ NTFS ก็เลือกที่ข้อบน แต่ถ้าจะใช้เป็น FAT32 หรือของเดิม ก็เลือกข้อสุดท้ายได้เลย (no changes) ถ้าไม่อยากวุ่นวาย แนะนำให้เลือก FAT32 นะคะ แล้วกดปุ่ม Enter เพื่อทำการติดตั้งต่อไป
 7โปรแกรมจะเริ่มต้นขั้นตอนการติดตั้ง รอสักครู่ค่ะ
 8หลังจากนั้น โปรแกรมจะทำการ Restart เครื่องใหม่อีกครั้ง (ให้ใส่แผ่นซีดีไว้ในเครื่องแบบนั้น แต่ไม่ต้องกดปุ่มใด ๆ เมื่อบูตเครื่องใหม่ ปล่อยให้โปรแกรมทำงานไปเองได้เลยค่ะ)
 9หลังจากบูตเครื่องมาคราวนี้ จะเริ่มเห็นหน้าตาของ Windows XP แล้วค่ะ รอสักครู่
 10โปรแกรมจะเริ่มต้นขั้นตอนการติดตั้งต่าง ๆ ก็รอไปเรื่อย ๆ ค่ะ
 11จะมีเมนูของการให้เลือก Regional and Language ให้กดปุ่ม Next ไปเลยค่ะ ยังไม่ต้องตั้งค่าอะไรในช่วงนี้
 12ใส่ชื่อและบริษัทของผู้ใช้งาน ใส่เป็นอะไรก็ได้ แล้วกดปุ่ม Next เพื่อทำการติดตั้งต่อไป
 13ทำการใส่ Product Key (จะมีในด้านหลังของแผ่นซีดี) แล้วกดปุ่ม Next เพื่อทำการติดตั้งต่อไป
 14หน้าจอให้ใส่ Password ของ Admin ให้ปล่อยว่าง ๆ ไว้แบบนี้แล้วกดปุ่ม Next เพื่อทำการติดตั้งต่อไป
 15เลือก Time Zone ให้เป็นของไทย (GMT+07:00) Bangkok, Hanoi, Jakarta แล้วกดปุ่ม Next เพื่อทำการติดตั้งต่อไป
 16 .รอสักพัก จนกระทั่งขั้นตอนต่าง ๆ เสร็จเรียบร้อย ก็พร้อมแล้วสำหรับการเข้าสู่ระบบปฏิบัติการ Windows XP ครับ จากนั้น จะมีการบูตเครื่องใหม่อีกครั้ง เพื่อเริ่มต้นการใช้งานจริง ๆ
 17 .บูตเครื่องใหม่คราวนี้ อาจจะมีเมนูแปลก ๆ แบบนี้ เป็นการเลือกว่า เราจะบูตจากระบบ Windows ตัวเก่าหรือจาก Windows XP ค่ะ ก็เลือกที่ Microsoft Windows XP Professional คะ ถ้าของใครไม่มีเมนูนี้ก็ไม่เป็นไรนะคะ

 18เริ่มต้นบูตเครื่อง เข้าสู่ระบบปฏิบัติการ Windows XP แล้วค่ะ





19ในครั้งแรก อาจจะมีการถามเรื่องของขนาดหน้าจอที่ใช้งาน กด OK เพื่อให้ระบบตั้งขนาดหน้าจอให้เราได้เลยค่ะ นอกจากนี้ ถ้าหากเครื่องไหนมีการถาม การติดตั้งค่าต่าง ๆ ก็กดเลือกที่ Next หรือ Later ไปก่อน บางครั้งอาจจะมีให้เราทำการสร้าง Username อย่างน้อย 1 ฃื่อก่อนเข้าใช้งาน ก็ใส่ชื่อของคุณเข้าไปได้เลย




วันอังคารที่ 26 กรกฎาคม พ.ศ. 2554

การทำคีย์บอร์ดให้อยู่บนหน้าจอคอมพิวเตอร์โดยวิธีการ

วิธีที่ 1

RUN > พิมพ์ OSK > ENTER หน้าต่างของคีย์บอร์ดก็จะปรากฎบนหน้าจอ

วิธีที่ 2

allprogarms > accessories > accessibility > On - Screen Keyboard
หน้าต่างของคีย์บอร์ดก็จะปรากฎบนหน้าจอ





วิชาที่เลือกเรียน

1. ระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์เบื้องต้น
เหตุผล เพราะต้องการทราบถึงการเชื่อมต่อเครือข่ายทั้งภายในองค์กรและนอกองค์กร รู้ถึงการเชื่อมโยงเกี่ยวกับสายต่างๆ
2. การเขียนโปรแกรมภาษาจาวา
เหตุผล เพราะได้ทราบถึงการเขียนจาวาที่แตกต่างจากภาษาอื่นได้นำไปพัฒนาดัดแปลงภาษาให้ดีขึ้น เข้าใจถึงวิธีการเขียนจาวา

วันจันทร์ที่ 20 มิถุนายน พ.ศ. 2554

การทำคีย์บอร์ดให้อยู่บนหน้าจอคอมพิวเตอร์

การทำคีย์บอร์ดให้อยู่บนหน้าจอคอมพิวเตอร์โดยวิธีการ

วิธีที่ 1

RUN > พิมพ์ OSK > ENTER หน้าต่างของคีย์บอร์ดก็จะปรากฎบนหน้าจอ

วิธีที่ 2

allprogarms > accessories > accessibility > On - Screen Keyboard
หน้าต่างของคีย์บอร์ดก็จะปรากฎบนหน้าจอ

วันอังคารที่ 7 มิถุนายน พ.ศ. 2554

อาชีพและความฝันหลังจากจบการศึกษาปริญญาตรี

อาชีพและความฝันหลังจากจบการศึกษาปริญญาตรี

ตั้งแต่ดิฉันได้ศึกษามาจนถึงวันนี้ วันที่ดิฉันใกล้มาถึงเส้นๆ หนึ่งที่ใกล้จะถึงปลายเส้นของมัน นั้นหมายถึงปลายทางของความฝันที่ใกล้จะมาถึงเต็มทีแล้ว ความฝันที่วันหนึ่งฉันได้ทำตามใจตัวเอง ได้ทำในสิ่งที่ตั้งไว้และเมื่อฝันนั้นใกล้มาถึงก็คงเป็นอะไรที่ตื่นเต้น ดีใจมากเป็นธรรมดา ความฝันนนั้นย่อมขึ้นอยู่กับแต่ละคน สำหรับดิฉันแล้วฉันฝันที่จะเป็น ( ครู )  และอีกไม่นานฝันคงเป็นจริงค่ะ

ศัพท์คอมพิวเตอร์

ศัพท์คอมพิวเตอร์

abort
หมายถึง : การไม่ทำงานของเครื่องโดยมีสิ่งผิดปกติเกิดขึ้น
AC
หมายถึง :
กระแสไฟฟ้าสลับ เป็นอักษรย่อของคำเต็มว่า alternating current

access
หมายถึง :
เข้าถึง, บอกตำแหน่ง, การอ่านหน่วยความจำ,และทำให้พร้อมที่จะนำมาใช้งาน คำว่า access ใช้กับการเข้าสู่แผ่นดิสก์, แฟ้มข้อมูล, ระเบียนและเครือข่ายต่างๆ

accessory
หมายถึง :
อุปกรณ์ประกอบเพิ่มเติมสำหรับคอมพิวเตอร์ เช่น โมเด็ม เมาส์ เป็นต้น บางครั้งเรียกว่า อุปกรณ์ประกอบภายนอก (peripheral) อุปกรณ์เหล่านี้จะช่วยทำหน้าที่ต่างๆ ซึ่ง อุปกรณ์เดิมของคอมพิวเตอร์ไม่มีและไม่ได้ทำหน้าที่เหล่านี้

active
หมายถึง :
เป็นคำ adjective ขยายโปรแกรม , เอกสาร, เครื่องมือต่างๆ หรือส่วนของหน้าจอภาพที่กำลังปฏิบัติงานอยู่ หมายถึงโปรแกรมที่กำลังทำงานอยู่ เอกสารที่กำลังใช้อยู่ หรือเครื่องมือที่กำลังถูกใช้งาน เป็นต้น

actvie cell
หมายถึง :
ในโปรแกรม spreadsheet เซลล์ซึ่งกำลังถูกใช้ทำกิจกรรม เซลที่กำลังถูกใช้จะมีแถบสว่างขึ้นบนหน้าจอภาพเซลแต่ละเซลจะถูกกำหนดโดย แถว (row) และคอลัมน์ (column) ดูเพิ่มเติม cell , row, column

active file
หมายถึง :
แฟ้มข้อมูลที่กำลังใช้งาน

active program
หมายถึง :
โปรแกรมที่กำลังใช้ควบคุมการทำงานของไมโครโพรเซสเซอร์

active window
หมายถึง :
ในสถานการณ์ที่จอภาพถูกแบ่งออกเป็นหลายวินโด หมายถึง วินโดที่กำลังปฏิบัติงานอยู่ โดยที่เคอร์เซอร์ก็ดี คำสั่งก็ดี กำลังปฏิบัติงานอยู่บนวินโดนี้

Ada
หมายถึง :
เป็นภาษาคอมพิวเตอร์ภาษาหนึ่งที่เรียกว่า procedural programming language ซึ่งพัฒนาขึ้นมาโดยกระทรวงกลาโหมของสหรัฐ เมื่อปี พ.ศ. 2513 ชื่อของโปรแกรมตั้งตามชื่อของผู้บุกเบิกเรื่องคอมพิวเตอร์ คือ ออกกุสตา เอดา ไบรอน เคาน์เตสแห่งเลิฟเลส (Augusta Ada Byron, Countess of Lovelace)

วันจันทร์ที่ 6 มิถุนายน พ.ศ. 2554

ทดสอบก่อนเรียน

  1. จงให้คำนิยามของคำศัพท์ต่อไปนี้
1.1 Computer คือ คอมพิวเตอร์
1.2 Data คือ ข้อมูล
1.3 Information คือ สารสนเทศ
1.4 Information Technology (IT) คือ เทคโนโลยีสารสนเทศ
1.5 Operating System (OS) คือ ระบบปฏิบัติการ
1.6 Package Software  คือ ซอฟต์แวร์ที่สร้างขึ้นเพื่อใช้ในสำนักงานทั่ว ๆ ไป
1.7 Application Software คือ ซอฟต์แวร์ประยุกต์
1.8 Extranet คือ ระบบเครือข่ายซึ่งเชื่อมเครือข่ายภายในองค์กร หรือ อินทราเน็ต
1.9 Intranet คือ ระบบเครือข่ายภายในองค์กร เป็นบริการ และการเชื่อมต่อคอมพิวเตอร์
1.10 Expert System คือ  ระบบผู้เชี่ยวชาญ












Input ทำหน้าที่  การนำข้อมูลเข้าไปยังเคร่องคอมพิวเตอร์
Main Memory ทำหน้าที่ ใช้เก็บข้อมูลและชุดทำสั่งเพื่อใช้ในการประมวลผลชั่วคราว
CPU ทำหน้าที่  ตามชุดคำสั่งที่ป้อนเข้ามาและประมวลผลข้อมูลทั้งหมด
Secondary Storage ทำหน้าที่ เก็บข้อมูลและโปรแกรมชั่วคราว
Output  ทำหน้าที่  แสดงผลของการประมวลผล
3.) จงยกตัวอย่างส่วนประกอบของคอมพิวเตอร์
1.)    1.1) Input Unit   เช่น (ยกตัวอย่าง 5 อย่าง)
1.1  เมาส์    1.2  คีบอร์ด  1.3  มอนิเตอร์  1.4  ลำโพง  1.5  ปากกาแสง
1.2) CPU  ภายในประกอบด้วย  3  ส่วนหลัก ๆ คือ
1.1 Execution Unit (EU)  1.2  Arithmetic Logic Unit (ALU)   1.3  Bus Interface Unit
2.)  Main Memory 1แบ่งเป็น 2 แบบหลัก ๆ คือ
2.1 ROM : Read Only Memory  2.2  RAM : Random Access Memory
3.)  Secondary Storage เช่น ฮาร์ดดิสก์ ซีดีรอม ดีวีดี
4.)  Output Unit  เช่น จอภาพ เครื่องพิมพ์  ลำโพง  อุปกรณ์ฉายภาพ
4.)  จงยกตัวอย่างระบบปฏิบัติการที่นักศึกษาจักมา 3 ระบบ
1.  Windows
2.  Linux
3.  Mac  OS
5.)  จงบอกประโยชน์ของระบบปฏิบัติการมา   5    ข้อ
1.  ง่ายแก่การควบคุม
2.  สามารถทำให้มีโปรแกรมออกมาช่วยในการทำงานอีกมากมาย
3.  งานจะมีประสิทธิภาพสูงมากกว่าบุคคลากรทำตัวตนเอง
4.  โปรแกรม Application มีขนาดเล็ก ไม่เปลือง memory
5.  รองรับเทคโนโลยีการสื่อสารแบบไร้สายมากขึ้น

แบบทดสอบก่อนเรียน นางสาวรัตนาวดี หนูสวัสดิ์

1.   จงให้คำนิยามของคำศัพท์ต่อไปนี้
    1.1  คอมพิวเตอร์ (computer) คือ เครื่องมือหรืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ที่มีความสามารถในการคำนวณอัตโนมัติตามคำสั่ง ส่วนที่ใช้ประมวลผลเรียกว่าหน่วยประมวลผล ชุดของคำสั่งที่ระบุขั้นตอนการคำนวณเรียกว่าโปรแกรมคอมพิวเตอร์ ผลลัพธ์ที่ได้ออกมานั้นอาจเป็นได้ทั้ง ตัวเลข ข้อความ รูปภาพ เสียง หรืออยู่ในรูปอื่น ๆ
    1.2  (data) คือ ข้อเท็จจริงต่างๆ ซึ่งต่อไปก็จะถูกนำมาประมวลผลนั่นเอง หรืออาจจะเรียกว่าเป็นวัตถุดิบ เมื่อข้อมูลถูกนำมาประมวล
    1.3  (Information) หมายถึง ข้อมูลต่างๆ ที่ได้ผ่านการเปลี่ยนแปลงหรือมี การประมวลหรือวิเคราะห์ผลสรุปด้วยวิธีการต่างๆ ให้อยู่ในรูปแบบที่มีความสัมพันธ์กัน มีความหมาย มีคุณค่าเพิ่มขึ้นและมีวัตถุประสงค์ในการใช้งาน
    1.4  Information Technology (IT) เทคโนโลยีในการนำคอมพิวเตอร์มาใช้งานจัดการกับข้อมูล ข่าวสาร หรือที่เรียกว่าสารสนเทศ ศาสตร์ด้านเทคโนโลยีสารสนเทศเป็นศาสตร์ที่ใหม่มาก และมีความสำคัญมากในสังคมปัจจุบัน และถือเป็นหนึ่งในสามศาสตร์หลัก (เทคโนโลยีสารสนเทศ เทคโนโลยีนาโน เทคโนโลยีชีวภาพ) ที่ถูกกล่าวว่าจะมีผลต่อสังคมในอนาคตมากที่สุด โดยปัจจุบัน มีผู้กล่าวถึง เทคโนโลยีสารสนเทศกันอย่างกว้างขวาง โดยเราจะรู้จักกันทั่วไปในชื่อสั้นๆ ว่า ไอที (IT) รัฐบาลไทยเองก็เล็งเห็นความสำคัญด้านนี้มาก จึงมีการจัดตั้งกระทรวงใหม่ที่เกี่ยวกับงานทางด้านนี้ขึ้น ชื่อกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร หรือเรียกย่อๆ ว่า กระทรวงไอซีที
    1.5  Operating System (OS)
ระบบปฏิบัติการ (Operating System :OS) เป็นซอฟต์แวร์ระบบ (System Software) ที่ทำหน้าที่ควบคุม
การทำงานของเครื่องและอุปกรณ์  ควบคุมและสั่งการให้ Hardware สามารถทำงานได้   เช่น ทำหน้าที่ในการตรวจเช็คอุปกรณ์  Keyboard ขณะเปิดเครื่อง  ถ้าผู้ใช้ลืมเสียบสาย Keyboard ที่ port ด้านหลังของเครื่อง ขณะที่ซอฟต์แวร์ระบบตรวจสอบแล้วไม่พบอุปกรณ์เชื่อมต่อดังกล่าว จะมีข้อความแจ้งเตือนความผิดพลาด  “Keyboard Error”  นอกจากนี้ยังทำหน้าที่เป็นสื่อกลางในการเชื่อมการทำงานระหว่าง User ในการใช้โปรแกรมประยุกต์ ( Application Software) ของ user กับระบบเครื่องฯ  อำนวยความสะดวกในการใช้งาน  และเพิ่มประสิทธิ์ภาพของระบบ
    1.6    Package Software  คือ  Package Software). คือ ซอฟต์แวร์ที่สร้างขึ้นเพื่อใช้ในสำนักงานทั่ว ๆ ไป สร้างโดยบริษัทที่มีความชำนาญในด้านนั้น ๆ โดยเฉพาะ
    1.7  Application Software คือ (Application Software). คือ ซอฟต์แวร์หรือโปรแกรมที่มำให้คอมพิวเตอร์ทำงานต่างๆ ตามที่ผู้ใช้ต้องการ ไม่ว่าจะด้านเอกสาร บัญชี
    1.8  Extranet คือ  Extranet คือระบบเครือข่ายซึ่งเชื่อมเครือข่ายภายในองค์กร หรือ อินทราเน็ต (Intranet) เข้ากับระบบคอมพิวเตอร์ที่อยู่ภายนอกองค์กร
    1.9  Intranet คือ  อินทราเน็ต (Intranet) คือเครือข่ายคอมพิวเตอร์ที่เชื่อมโยงการสื่อสารด้วยระบบโปรโตคอลทีซีพี/ไอพี(TCP/IP)
    1.10  Expert System คือ  expert system หรือ ES หรือภาษาไทยว่า ระบบผู้เชี่ยวชาญ คือระบบคอมพิวเตอร์ ที่จำลองการตัดสินใจของมนุษย์ ผู้เป็นผู้เชี่ยวชาญในด้านใดด้านหนึ่ง
2. จากรูปจงอธิบายการทำงานของส่วนประกอบของ  Computer ต่อไปนี้
Input ทำหน้าที่  การนำข้อมูลเข้าไปยังเคร่องคอมพิวเตอร์
Main Memory ทำหน้าที่ ใช้เก็บข้อมูลและชุดทำสั่งเพื่อใช้ในการประมวลผลชั่วคราว
CPU ทำหน้าที่  ตามชุดคำสั่งที่ป้อนเข้ามาและประมวลผลข้อมูลทั้งหมด
Secondary Storage ทำหน้าที่ เก็บข้อมูลและโปรแกรมชั่วคราว
Output  ทำหน้าที่  แสดงผลของการประมวลผล
3.   จงยกตัวอย่างส่วนประกอบของคอมพิวเตอร์
  a  Input Unit   เช่น  จอภาพ (Monitor)
 อุปกรณ์ฉายภาพ (Projector)
อุปกรณ์เสียง (Audio Output)
การ์ดเสียง (Sound card)

4.  จงยกตัวอย่างระบบปฏิบัติการที่นักศึกษาจักมา 3 ระบบ
 สามารถแบ่งออกได้ 3 ปรเภท
              - ระบบปฏิบัติการแบบเดี่ยว
                     นิยมใช้สำหรับเครื่องคอมพิวเตอร์ที่ทำงานแบบทั่วไป เช่น เครื่องคอมพิวเตอร์ตามบ้านหรือ
                     สำนักงาน ซึ่งจะถูกติดตั้งระบบปฏิบัติการนี้ไว้รองรับการทำงานบางอย่าง เช่น พิมพ์งาน
                     ดูหนัง ฟังเพลง เป็นต้น
              - ระบบปฏิบัติการแบบเครืองข่าย
                      มุ้งเน้นการให้บริการกับผู้ใช้หลายๆ คนนิยมใช้สำหรับการประมวลผลงานข้อมูลสำหรับ
                      เครือข่ายโดยเฉพาะ มักพบเห็นได้กับการนำไปใช้ในองค์กรธุรกิจทั่วไป เครื่องคอมฯ
                      ที่ติดตั้งระบบปฏิบัติการเหล่านี้จะเรียกว่า เครื่องแม่ข่าย
              - ระบบปฏิบัติการแบบฝัง
                    
 มักพบเห็นได้กับอุปกรณ์พกพาขนาดเล็ก เช่น พีดีเอ หรือ สมาร์ทโฟน บางรุ่นสามารถช่วย
                     ในการทำงานแบบเคลื่อนที่ได้ดี เป็นระบบที่เกิดขึ้นมาหลังสุด บางรุ่นระบบมีคุณสมบัติใกล้
                      เคียงกับระบบปฏิบัติการแบบเดี่ยว เช่น รองรับการทำงานทั่วไป ดูหนัง ฟังเพลง

5.  จงบอกประโยชน์ของระบบปฏิบัติการมา   5    ข้อ
1.  ง่ายแก่การควบคุม
2.  สามารถทำให้มีโปรแกรมออกมาช่วยในการทำงานอีกมากมาย
3.  งานจะมีประสิทธิภาพสูงมากกว่าบุคคลากรทำตัวตนเอง
4.  โปรแกรม Application มีขนาดเล็ก ไม่เปลือง memory
5.  รองรับเทคโนโลยีการสื่อสารแบบไร้สายมากขึ้น



 -  แป้นอักขระ (Character Keys)
 -  แป้นควบคุม (Control Keys)
 -  แป้นฟังก์ชัน (Function Keys)
 -  แป้นตัวเลข (Numeric Keys)
CPU  ภายในประกอบด้วย  2  ส่วนหลัก ๆ คือ
ส่วนตรรกะ และส่วนควบคุม
b Main Memory 1แบ่งเป็น 2 แบบหลัก ๆ คือ
    หน่วยความจำแบ่งเป็น 2 ส่วนคือ หน่วยความจำหลัก และหน่วยความจำสำรอง ลักษณะของหน่วยความจำหลักจะมีราคาแพง ทำงานได้เร็ว แต่เลือนหายได้ ในการทำงานจริง จึงต้องมีการเคลื่อนย้ายทางกายภาพระหว่างหน่วยความจำทั้ง 2 ตลอดเวลา ซึ่งเป็นหน้าที่ของระบบที่ต้องจัดสรรให้ให้สอดคล้องกับการทำงานแบบ multiprogramming
 c.  Secondary Storage  เช่น  (ยกตัวอย่าง 5 อย่าง)
เทปแม่เหล็ก (Megnetic Tape)
จานแม่เหล็ก (Megnetic Disk)
ฟลอปปีดิสก์ และดิสก์ไดรฟ์
ฮาร์ดดิสก์
ออปติคัลดิสก์ (Optical Disk)
d.  Output Unit  เช่น (ยกตัวอย่าง 3 อย่าง)

วันอังคารที่ 15 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2554

Proxy Server  คือ  เครื่องคอมพิวเตอร์แม่ข่ายที่ทำหน้าที่สำหรับเก็บข้อมูลที่ผู้ใช้บริการได้เรียกข้อมูลมาจากอินเตอร์เน็ตโดยผ่านทาง Web Browser ทำให้ผู้ใช้บริการรายต่อไปที่ต้องการค้นหาข้อมูลเดิมซ้ำกับที่มีผู้อื่นเรียกใช้บริการไว้  สามารถที่จะเรียกดูข้อมูลจากเครื่องแม่ข่าย Proxy Server ได้โดยตรง จึงเป็นการลดปริมาณการจราจรของข้อมูลที่วิ่งบนระบบเครือข่ายที่จะออกไปนอกเครือข่าย

          หลักการทำงานของ Proxy
                1. Client ร้องขอข้อมูลจาก Proxy Server
                2. Proxy Server ตรวจสอบว่ามีข้อมูลของ Web Site นั้นมีอยู่ใน Proxy Server หรือไม่
                         -  หากมีข้อมูล  จะส่งข้อมูลกลับไปให้เครื่องลูกได้ทันทีโดยไม่ต้องดึงข้อมูลจากอินเตอร์เน็ตใหม่อีก
                         -  หากไม่มีข้อมูล  จะทำการเรียกข้อมูลนั้นจาก Web Site ปลายทางที่ร้องขอทันที  แล้วเก็บไว้ในเครื่องProxy Server
 และเมื่อมีผู้ใช้บริการทำเรียก Web Site ที่เคยเรียกแล้วมาอีกที   Proxy Sever จะทำการส่งข้อมูลไปยังเครื่องของผู้ใช้บริการทันที
                         -  ในกรณีที่ Web Site ปลายทางมีการ update ข้อมูล  Proxy Server จะทำการตรวจสอบข้อมูลที่มีอยู่ว่า Update หรือไม่ และจะทำการ Update ข้อมูลใหม่ทันทีในกรณีที่มีผู้เรียกใช้บริการก็จะได้ข้อมูลที่ Update อยู่เสมอ
                3. Client นำข้อมูลที่ได้ไปแสดงผลได้ทันที

            ข้อดีของ Proxy Server  คือ  เมื่อมีผู้ใช้หลายๆ รายพยายามจะดึงข้อมูลจาก website หน้าเดียวกัน  แทนที่ต่างคนต่างทำงาน  ต่างรับส่งข้อมูลซึ่งซ้ำซ้อนกัน Browser ก็จะติดต่อกับเครื่องที่เป็น Proxy Server ก่อนและทำการค้นหาข้อมูลนั้นในเครื่อง Proxy server ว่ามีข้อมูลอยู่หรือไม่  หากมีก็จะส่งกลับไปให้เครื่องลูกได้ทันทีโดยไม่ต้องดึงข้อมูลจากอินเตอร์เน็ตใหม่อีก ทำให้ลดปริมาณการจราจร
ของข้อมูลที่วิ่งบนอินเตอร์เน็ตไปได้มาก  โดยไม่ออกไปหาจากแหล่งข้อมูลจริงจากนอกระบบเครือข่าย

            ดังนั้นสมาชิก SUNet  ที่จะใช้งานโปรแกรม Browser ผ่านระบบเครือข่ายอินเตอร์เน็ตในมหาวิทยาลัยศิลปากรทุกวิทยาเขต 
ต้องทำการ Set Proxy โปรแกรม Browser  ที่เครื่องคอมพิวเตอร์ให้ถูกต้องตามที่มหาวิทยาลัยศิลปากรกำหนด  มิฉะนั้นจะไม่สามารถใช้
โปรแกรม Browser ไปยังเว็บไซต์ที่ต้องการไม่ได้  

   
MIS คืออะไร
            ระบบสารสนเทศเพื่อการบริหาร (Management Information System) หรือ MIS คือระบบที่ให้สารสนเทศที่ผู้บริหารต้องการ เพื่อให้สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยจะรวมทั้ง สารสนเทศภายในและภายนอก สารสนเทศที่เกี่ยวพันกับองค์กรทั้งในอดีตและปัจจุบัน รวมทั้งสิ่งที่คาดว่าจะเป็นในอนาคต นอกจากนี้ระบบเอ็มไอเอสจะต้อง ให้สารสนเทศ ในช่วงเวลาที่เป็นประโยชน์ เพื่อให้ผู้บริหารสามารถตัดสินใจในการวางแผนการควบคุม และการปฏิบัติการขององค์กรได้อย่างถูกต้อง
            แม้ว่าผู้บริหารที่จะได้รับประโยชน์จาก ระบบเอ็มไอเอสสูงสุดคือผู้บริหารระดับกลาง แต่โดยพื้นฐานของระบบเอ็มไอเอสแล้ว จะเป็นระบบที่ สามารถสนับสนุนข้อมูลให้ ผู้บริหารทั้งสามระดับ คือทั้งผู้บริหารระดับต้น ผู้บริหารระดับกลาง และผู้บริหารระดับสูง โดยระบบเอ็มไอเอสจะให้รายงาน ที่สรุปสารสนเทศซึ่งรวบรวมจากฐานข้อมูลทั้งหมดของบริษัท จุดประสงค์ ของรายงานจะเน้นให้ผู้บริหารสามารถมองเห็นแนวโน้ม และภาพรวม ขององค์กรในปัจจุบัน รวมทั้งามารถควบคุมและตรวจสอบงานของระดับปฏิบัติการด้วย อย่างไรก็ดี ขอบเขตของรายงาน จะขึ้นอยู่กับ ลักษณะของสารสนเทศ และจุดประสงค์การใช้งาน โดยอาจมีรายงานที่ออกทุกคาบระยะเวลา (เช่น งบกำไรขาดทุนหรืองบดุล) รายงานตามความต้องการ หรือรายงานตามสภาวะการณ์หรือเหตุผิดปกติ
            ระบบสารสนเทศเพื่อการจัดการ Management Information System : MIS
ข้อมูลเพิ่มเติมที่นี่
            เป็นระบบการจัดหาคนหรือข้อมูลที่มีความสัมพันธ์กับข้อมูลเพื่อการดำเนินงานขององค์การการจัดโครงสร้างของสารสนเทศโดยแบ่งตามลำดับ
การนำไปใช้งานสามารถแบ่งได้ 4 ระดับดังนี้
1. ระบบสารสนเทศเพื่อการจัดการในการวางแผนนโยบาย กลยุทธ์ และการตัดสินใจของผู้บริหารระดับสูง
2. ระบบสารสนเทศเพื่อการจัดการในส่วนยุทธวิธีในการวางแผนการปฏิบัตและการตัดสินใจของผู้บริหารระดับกลาง
3. ระบบสารสนเทศเพื่อการจัดการในระดับปฎิบัติการและการควบคุมในขั้นตอนนี้ผู้บริหารระดับล่างจะเป็นผู้ใช้สารสนเทศเพื่อช่วยในการปฎิบัติงาน
4. ระบบสารสนเทศที่ได้จากการประมวลผล
            ระบบสารสนเทศเป็นระบบรวมทั้งนี้เนื่องจากไม่สามารถเก็บรวบรวมในลักษณะระบบเดียวเนื่องจากขนาดข้อมูลมีขนาดใหญ่และมีความซับซ้อนมาก ทำให้การบริหารข้อมูลทำได้อยาก การนำไปใช้ไม่สะดวก จึงจำเป็นต้องแบ่งระบบสารสนเทศออกเป็นระบบย่อย 4 ส่วนได้แก่
             ระบบประมวลผลรายการ (Transaction Processing System :TPS)
             ระบบจัดการรายงาน (Management Reporting System :MRS)
             ระบบสนับสนุนการตัดสินใจ (Decision Support System :DSS)
             ระบบสารสนเทศสำนักงาน (Office Information System :OIS)

DHCP จ้า

 Dynamic Host Configuration Protocol ซึ่งทำหน้าที่จ่าย IP ให้แก่เครื่องลูก (clients) โดยอัตโนมัติ สำหรับเน็ตเวอร์ที่มีเครื่องลูกหลายเครื่อง การกำหนด IP ให้แต่ละเครื่องบางครั้งก็
ยากในการจดจำ ว่ากำหนด IP ให้ไปเป็นเบอร์อะไรบ้างแล้ว พอมีเครื่องเพิ่มเข้ามาในเน็ตเวอร์กใหม่ ต้อง
กลับไปค้น เพื่อจะ assign เบอร์ IP ใหม่ไม่ให้ซ้ำกับเบอร์เดิม DHCP Server จะทำหน้าที่นี้แทน โดยเครื่องลูกเครื่องไหนเปิดเครื่อง ก็จะขอ IP มายัง DHCP Server และ DHCP Server ก็จะกำหนด IP ไปให้เครื่องลูกเอง โดยไม่ซ้ำกัน

มีความหมายมาบอกจร้า DNS คืออะไร

DNSคืออะไร
nระบบ Domain Name System  (DNS) นี้เป็นระบบจัดการแปลงชื่อไปเป็นหมายเลข IP address โดยมีโครงสร้างฐานข้อมูลแบบลำดับชั้นเพื่อใช้เก็บข้อมูลที่เรียกค้นได้อย่างรวดเร็ว
nกลไกหลักของระบบ DNS คือ ทำหน้าที่แปลงข้อมูลชื่อและหมายเลข IP address หรือทำกลับกันได้ นอกจากนี้ยังมีฟังก์ชันเพิ่มเติมอื่นๆ อีก เช่น แจ้งชื่อของอีเมล์เซิร์ฟเวอร์ใน domain ที่รับผิดชอบด้วย
ในระบบ DNS จะมีการกำหนด name space ที่มีกฎเกณฑ์อย่างชัดเจน มีกลไกการเก็บข้อมูลเป็นฐานข้อมูลแบบกระจาย ทำงานในลักษณะของไคลเอนต์เซิร์ฟเวอร์ (Client/Server)

การทำงานของระบบ DNS
    การทำงานของระบบชื่อโดเมนนั้น  เริ่มต้นจากเครื่องคอมพิวเตอร์ซึ่งทำหน้าที่เป็น  DNS Server ซึ่งทำงานด้วยซอฟแวร์พิเศษชื่อว่า  BIND ที่ทำหน้าที่ในการรับส่งข้อมูลระหว่าง  DNS Server  แต่ละเครื่องผ่าน  DNS  Photocal  เมื่อมีคำร้องขอให้สืบค้นหมายเลข ไอพี  อย่างไรก็ตาม  คำตอบที่  DNS Server  จะมีให้ก็ต่อคำร้องหนึ่งๆนั้นขันกับว่า  DNS Server  นั้นเป็น DNS Server  ประเภทใด  ซึ่งสามารถแบ่งได้เป็น  2  ประเภทคือ
        1. Name Server
        2. Resolver

 การตั้งชื่อให้ DNS ต้องเป็นไปตามกฏนี้

 

    ใช้ได้เฉพาะตัวอักษรละติน (ASCII character set) ใน RFC 1035 ระบุว่าสัญลักษณ์ที่ใช้ได้ในโดเมนเนม คือ
          (1) ตัวอักษร a ถึง z (case insensitive - ไม่สนใจพิมพ์เล็ก พิมพ์ใหญ่)
          (2) เลข 0 ถึง 9
          (3) เครื่องหมายยติภังค์ (-)

Dynamic DNS คืออะไร
 เป็นระบบที่เก็บไอพีแอดเดรสกับโดเมนเนมของคอมพิวเตอร์ที่ได้ลงทะเบียนไว้ คอมพิวเตอร์ของเราสามารถแจ้งไอพีแอดเดรสที่เปลี่ยนแปลงทุกๆ ครั้ง ให้กับ DNS SERVER ของผู้ให้บริการ Dynamic DNS ผ่านทางโปรแกรมสำหรับแจ้งไอพีแอดเดรสอัตโนมัติ ผุ็ใช้บริการเช่น No-ip

โครงการ บริการวิชาการและบูรณาการวิชาชีพด้านเทคโนโลยีสารสนเทศทางธุรกิจ

Affiliate Provider
Ø Amazon.com             เป็นธุรกิจขายหนังสือและสินค้าอื่นๆอีกมากมาย
Ø Click Bank .com       เป็นธุรกิจเกี่ยวกับ E-book และวีดีโอ
Ø Share Asale.com     จัดหานักการตลาด
Ø LinkShare.com         จัดหานักการตลาด
Ø Agoda.com                เป็นธุรกิจเกี่ยวกับการท่องเที่ยว
Ø C.J.com                        จัดหานักการตลาด
รูปแบบการโฆษณาด้วย Search Engine
Ø การทำโฆษณาด้วย PPC (Per Click)
Ø การทำโฆษณาด้วย SEO (Search Engine Optimization)
PPC มีความแตกต่างกับ SEO คือ  sco เมื่อคลิกแล้วจะไม่เสียเงิน แต่ ppc เมื่อคลิกแล้วจะเสียเงิน  ข้อดีของ Wordpress คือ เป็นโปรแกรมสำหรับทำการ Searchของ google
ผู้ให้บริการโฆษณาออนไลน์
Ø Google Adwords
Ø Yahoo ! Search Marketing (YSM)
Ø Microsoft ad Center
Ø 7Search
Ø abcSearch
Ø Etc.
การโฆษณาออนไลน์ รูปแบบอื่นๆ
Ø E-mail Marketing
Ø Social Network
-Facebook
-Twitter
o ผลที่คาดว่าจะได้รับ
ü ได้รู้และเข้าใจเกี่ยวกับการทำธุรกิจออนไลน์
ü ได้รู้วิธีการหารายได้เสริม
ü เข้าใจและสามารถใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์
ü ใช้ความรู้ที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์