วันพุธที่ 5 มกราคม พ.ศ. 2554

ตอนที่ 2

1.จงอธิบายคุณสมบัติของอุปกรณ์เครือข่ายดังต่อไปนี้

1. Router คือ ความหมายของ Router อุปกรณ์ที่ทำหน้าที่เชื่อมต่อระบบเครือข่ายหลายระบบเข้าด้วยกัน คล้ายกับบริดจ์ แต่มีส่วนการ ทำงานที่ซับซ้อนมากกว่าบริดจ์มากโดยเราท์เตอร์จะมีเส้นทางการเชื่อมโยงระหว่าง แต่ละเครือข่ายเก็บไว้เป็นตารางเส้นทาง เรียกว่า Routing Table ทำให้เราท์เตอร์สามารถทำหน้าที่จัดหาเส้นทาง และเลือกเส้นทางที่เหมาะสมที่สุดในการเดินทาง เพื่อการติดต่อระหว่างเครือข่ายได้อย่างมีประสิทธิภาพ

2.DHCP Server คือโปรโตคอลที่ใช้ในการกำหนด IP Address อัตโนมัติแก่เครื่องลูกข่ายบนระบบ ที่ติดตั้ง TCP/IP สำหรับ DHCP server มีหน้าที่แจก IP ในเครือข่ายไม่ให้ซ้ำ เป็นการลดความซ้ำซ้อน เมื่อเครื่องลูกเริ่ม boot ก็จะขอ IP address, Subnet mark, หมายเลข DNS และ Default gateway

3.Access Point คือ อุปกรณ์ที่ทำหน้าที่คล้ายคลึงกับ switching hub ของระบบเครือข่ายปกติค่ะ โดย access Point ทำหน้าที่รับส่งข้อมูลทางคลื่นความถี่กับ Wireless Card ซึ่งติดตั้งบนเครื่องของผู้ใช้แต่ละคน

4.สาย Fiber Optic แบบ Single Mode คือเส้นใยแก้วนำแสงชนิดโหมดเดี่ยว

5.Hub/Switch คือเชื่อมต่อให้เครื่องคอมพิวเตอร์ที่ตั้งอยู่คนละที่ สามารถติดต่อสื่อสารกันได้ พูดง่ายๆ ก็คือเป็นอุปกรณ์สำหรับเชื่อมต่ออุปกรณ์ในระบบเครือข่าย
เข้าด้วยกัน

6.Protocol คือ ระเบียบพิธีการในการติดต่อสื่อสาร เมื่อมาใช้กับเทคโนโลยีสื่อสารโทรคมนาคม จึงหมายถึงขั้นตอนการติดต่อสื่อสาร ซึ่งรวมถึง กฎ ระเบียบ และข้อกำหนดต่าง ๆ รวมถึงมาตรฐานที่ใช้ เพื่อให้ตัวรับและตัวส่งสามารถดำเนินกิจกรรมทางด้านสื่อสารได้สำเร็จ

7.UTP คือสายเส้นเล็กจำนวน 8 เส้นตีเกลียวคู่ มีอยู่ 4 คู่ ไม่มีเส้นลวดถัก (shield) เพราะการตีเกลียวคู่เป็นการลดสัญญาณรบกวนอยู่แล้ว การใช้งานจะต้องมีการแค๊มหัว RJ-45 เข้ากับสาย UTP แล้วนำไปเสียบเข้ากับ Hub มีความเร็วในการรับ-ส่งข้อมูล 10/100Mbps ปัจจุบันนิยมใช้สาย CAT 5 กันมาก เพราะสนับสนุนการรับ-ส่งข้อมูลความเร็วตั้งแต่ 10-100 Mbps

8.WiMax คือ ชื่อเรียกเทคโนโลยีไร้สายรุ่นใหม่ล่าสุดที่คาดหมายกันว่า จะถูกนำมาใช้งานในอนาคตอันใกล้นี้ โดย  WiMAX เป็นชื่อย่อของ Worldwide Interoperability for Microwave Access ซึ่งเป็นเทคโนโลยี
บรอดแบนด์ไร้สายความเร็วสูงรุ่นใหม่ที่ถูกพัฒนาขึ้นมาบนมาตรฐาน IEEE 802.16 ซึ่งมาก็ได้พัฒนามาตรฐาน  IEEE 802.16a ขึ้น โดยได้การอนุมัติออกมาเมื่อเดือนมกราคม 2004 โดยสถาบันวิศวกรรมไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ หรือ IEEE (Institute of Electrical and Electronics Engineers) ซึ่ง
มีรัศมีทำการที่ 30 ไมล์ หรือเป็นระยะทางประมาณ 50 กิโลเมตร ซึ่งนั่นหมายความว่า WiMAX สามารถให้บริการครอบคลุมพื้นที่กว้างกว่าระบบโครงข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่ระบบ 3G มากถึง 10 เท่า ยิ่งกว่านั้นก็
ยังมีอัตราความเร็วในการส่งผ่านข้อมูลสูงสุดถึง 75 เมกะบิตต่อวินาที (Mbps) ซึ่งเร็วกว่า 3G ถึง 30 เท่าทีเดียว

9. NAT คือเป็นวิธีการแม็ป จาก Real IP Address มาเป็น Private Address เพื่อนำมาแจกจ่ายให้เครื่องลูกข่ายในองค์กร

10. Microwave  คือคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าเหมือนคลื่นวิทยุ คลื่นทีวี คลื่นแสง infrared คลื่นแสงธรรมดา แสง Ultra Violet คลื่นรังสีเอ๊กซ์และคลื่นรังสีแกมม่า มีความยาวคลื่นสั้นกว่า คลื่นวิทยุ คลื่นทีวีแต่ยาวกว่าคลื่นแสง infrared และอื่น ๆ

2.IPAddress ต่อไปนี้เป็น Class อะไรและมี Default Subnet mask เป็นค่าอะไร

1. 148.75.0.0 class B Default Subnet mask คือ 255.255.0.0
2. 191.249.234.191 class B Default Subnet mask คือ 255.255.0.0
3. 77.251.200.51 class A Default Subnet mask คือ 255.0.0.0
4. 223.23.223.109 class C Default Subnet mask คือ 255.255.255.0
5. 177.100.18.4 class B Default Subnet mask คือ 255.255.0.0

3.จงแสดงการคำนวณหาจำนวนเครื่อง เครือข่ายย่อย ( Sub Net ) และจำนวนโฮสท์ในแต่ละเครือข่ายย่อยเมื่อมีการกำหนด Subnet mask ดังต่อไปนี้

1. 255.255.255.292 (/26) 11111111.11111111.11111111.11000000 จำนวนเครื่อง 62
2. 255.255.254.0 11111111.11111111.11111111.00000000 จำนวนเครื่อง 254
3. 255.255.252.0 11111111.11111111.11111111.00000000 จำนวนเครื่อง 254
4. 255.255.255.252 (/30) 11111111.11111111.11111111.11111100 จำนวนเครื่อง 2
5. 255.255.255.128 (/25) 11111111.11111111.11111111.10000000 จำนวนเครื่อง 126
 

4.ให้นักศึกษาอธิบายหน้าที่ของแต่ละชั้น OSI 7 Layer Model ให้ละเอียดที่สุด

ชั้น Physicalเป็นชั้นล่างสุดของการติดต่อสื่อสาร มีหน้าที่รับ-ส่งข้อมูลจากช่องทางการสื่อสารสื่อระหว่างคอมพิวเตอร์เทคนิคการมัลติเพล็กซ์แบบต่างๆ จะถูกกำหนดอยู่ในชั้นนี้
ชั้น Data Linkมีหน้าที่เหมือนผู้ตรวจสอบ คอยควบคุมความผิดำพลาดในข้อมูลโดยจะมีการสำเนาข้อมูลไว้จนกว่าจะส่งถึงปลายทางหรือผู้รับ ชั้น Data Link นี้จะป้องกันไม่ให้เครื่องส่งทำการส่งข้อมูลเร็วจนเกินขีดความสามารถของเครื่องรับ
ชั้น Networkมีหน้าที่กำหนดเส้นทางการเดินทางของข้อมูลที่ส่ง-รับในการส่งข้อมูลระหว่างต้นทางและปลายทาง โดยจะเลือกเส้นทางที่ใช้เวลาในการสื่อสารที่น้อยที่สุด และระยะทางที่สั้นที่สุด
ชั้น Transportมีหน้าที่ตรวจสอบและป้องกันข้อมูลให้ข้อมูลที่ส่งมานั้นไปถึงปลายทางจริงๆ
ชั้น Sessionมีหน้าที่เชื่อมโยงระหว่างผู้ใช้งานกับคอมพิวเตอร์เครื่องอื่นๆ โดยจะกำหนดจุดผู้รับและผู้ส่ง
ชั้น Presentationมีหน้าที่คอยรวบรวมข้อความ และแปลงรหัสหรือแปลงรูปแบบของข้อมูลให้เป็นรูปแบบการสื่อสารเดียวกัน เพื่อช่วยลดปัญหาต่างๆ ที่อาจจะเกิดขึ้นกับผู้ใช้งานในระบบ
ชั้น Applicationเป็นชั้นบนสุดของมาตรฐาน OSIมีหน้าที่ติดต่อระหว่างผู้ใช้โดยตรง เช่น เทอร์มินัลหรือคอมพิวเตอร์ โดยแปลงข้อมูลจากภาษาที่มนุษย์เข้าใจไปเป็นภาษาที่เครื่องคอมพิวเตอร์เข้าใจ

1 ความคิดเห็น: